ad_thai

หลักจิตวิทยาระบบการฝึกฝนการจำอย่างรวดเร็วด้วยวิธีการแบบการทาสี

เคล็ดลับความสำเร็จของการอ่านได้อย่างรวดเร็วอยู่ที่การไม่อ่านอย่างลึกซึ้ง

เทคนิคที่ดีสุดในการจำได้อย่างรวดเร็วอยู่ที่การพยายามลืม

ความเร็วในการจำเท่ากับรถไฟฟ้าความเร็วสูงไต้หวัน

การจำข้อมูลที่มีปริมาณมากๆ ก็คล้ายกับการทาสีบนผนังกำแพง ทากลับไปกลับมาหลายครั้ง สีที่ทาออกมาก็ดูสม่ำเสมอสวยงาม การจำที่รวดเร็วแบบการทาสีก็คือการนำแนวความคิดเรื่องการทาสีมาใช้กับการจำอย่างรวดเร็ว เป็นวิธีการอ่านและการจำอย่างรวดเร็ว(ปริมาณมาก ทั้งสมอง ซ้ำกลับไปมาหลายชั้น่ครั้ง)ประเภทหนึ่ง มันเป็นการใช้สมองด้านขวาที่ถนัดด้านรูปภาพที่คิดเชื่อมโยงโดยตรงฝึกฝนร่วมกับสมองด้านซ้ายที่ถนัดคิดพิจารณาความเป็นเหตุผล ประกอบกับการฝึกฝนทบทวนที่ปริมาณมากอย่างรวดเร็วกับชุดจำนวนครั้งของชั้นสลับเปลี่ยนไปมาจนบรรลุผลเป็นร่องรอยของการฝึกฝนทั้งสมองที่ทบทวีคูณ เพราะฉะนั้น การเรียนการจำที่รวดเร็วแบบการทาสีที่ง่ายและสะดวก ทำให้มีความจำที่รวดเร็วประดุจลมพัดผ่านเวลาที่รถไฟความเร็วสูงวิ่งผ่าน

ทฤษฏีหลักการจำที่รวดเร็วแบบการทาสี

ที่จริงแล้ว การฝึกฝนการอ่านที่รวดเร็วที่ดีก็คือประตูสู่การจำที่รวดเร็วนั่นเอง การใช้การจำที่รวดเร็วแบบการทาสีคือการใช้หลักการจำคำศัพท์แต่ล่ะคำที่รวดเร็วร่วมกับการอ่านอย่างรวดเร็วประกอบกับการฝึกหัดทบทวนเป็นจำนวนมากจนบรรลุผลของการจำที่รวดเร็ว โดยผ่านการเคลื่อนไหวที่รวดเร็วของลูกตา การมองจอภาพที่ขยายกว้าง กำหนดตำแหน่งกระพริบตัวหนังสือ ไม่กำหนดตำแหน่งกระพริบตัวหนังสือ การอ่านตัวหนังสือหลายตัวที่ปรากฏพร้อมกันแบบเต็มพื้นที่อย่างรวดเร็ว การฝึกฝนความสามารถการรับรู้ชั่วพริบตาและสีสันที่กระตุ้น และยังร่วมกับการกระตุ้นประสาทสัมผัสหลายส่วน เปลี่ยนการจำคำศัพท์เป็นการจำที่ถาวรอย่างรวดเร็ว

เวลาที่ทุกคนท่องจำคำศัพท์ครั้งแรก ก็คล้ายกับการทาสีความจำทับที่ชั้นแรกของผิวสมองใหญ่ และเริ่มบันทึกข้อมูลที่พื้นที่ความจำของสมองใหญ่ ถ้าหากคำศัพท์ที่ชั้นนี้ถูกลืม ก็สามารถทาทับชั้นที่สองซ่อมแซมได้ ขอแนะนำให้(ทดสอบการรับรู้)และ(การทบทวนย้อนกลับ)สลับไปมาเพิ่มระดับความเคยชิน เวลานี้คล้ายกับเป็นช่วงของการเข้าสู่การเก็บข้อมูลเข้าแฟ้ม ซึ่งเป็นลักษณะที่จำไปด้วยลืมไปด้วย แม้ว่าพื้นฐานของการจำอยู่ที่การทวนไปมาอย่างไม่หยุด แต่ว่าการทวนซ้ำไปมาคล้ายเครื่องยนต์จะรักษาการจำช่วงเวลาหนึ่งเท่านั้น ไม่สามารถเปลี่ยนเป็นการจำที่ถาวร จำเป็นต้องฝึกฝนซ้ำกันสลับไปมาหลายๆ ครั้ง ตามรูปภาพข้างล่างนี้แสดงถึงหัวใจของหลักการการจำที่รวดเร็วแบบการทาสี

การเรียนรู้การใช้สีสันช่วย

สามารถใช้สีสันมาช่วยเพิ่มสมาธิเช่น สีเขียว สีน้ำเงิน สีฟ้า เป็นต้น ที่เป็นกลุ่มเย็นมีผลให้ร่างกายจิตใจผ่อนคลาย  ทำให้สมองใหญ่อยู่ในสภาพคลื่นαซึ่งยิ่งทำให้มีสมาธิสำหรับรูปภาพ แต่ถ้าเป็นกลุ่มสีที่อบอุ่น สีแดง สีส้ม สีเหลือง เป็นเหตุให้มีจิตใจเร่งรีบได้ง่าย กล้ามเนื้อลูกตาเคลื่อนไหวมาก  มีส่วนช่วยขณะที่ตัวหนังสือกระพริบผ่าน ลูกตาเคลื่อนไหวที่รวดเร็ว ถ้าหากร่วมกับเทคนิคที่อ่านรวดเร็วคล้ายกล้องถ่ายรูปดิจิตอล จะทำให้แกนกลางประสาทการมองเห็นเกิดการรับรู้ทั้งหมด โดยที่เป็นแบบรูปภาพส่งผ่านเชลล์ประสาทไปสู่สมองใหญ่ทำการจดจำ ก็สามารถควบคุมได้อย่างแม่นยำทุกครั้งที่ปรากฏแผ่นรูปภาพตัวหนังสือออกมา

การฝึกหัดให้ภาพที่มองขยายใหญ่ขึ้น

สำหรับการเพิ่มการฝึกหัดการเพิ่มการมองเห็น ฝึกฝนโดยกำหนดการกระพริบตัวหนังสือที่กำหนดตำแหน่งไม่ตายตัว ให้ตัวหนังสือที่ปรากฏบนจอกระโดดไปมาจะไปกระตุ้นการมองเห็นที่แหลมคมมาก เป็นการช่วยให้มีสมาธิเพิ่มมากขึ้นในการท่องจำ และเพิ่มศักยภาพการมองเห็นของเยื้อบุจอรับภาพ ทำไห้กลัามเนื้อลูกตามีการเคลื่อนไหวเพิ่มมากขึ้น

กระตุ้นอวัยวะสัมผัสหลายส่วน

ในขณะที่มีการเรียนรู้ ถ้าหากมีการกระตุ้นประสาทสัมผัสยิ่งมาก ในส่วนควบคุมการทำหน้าที่ต่างๆของสมองใหญ่ก็จะมีกิจกรรมยิ่งมาก มีส่วนช่วยให้ความสามารถในการจำเพิ่มขึ้น ตัวอย่างเช่นในขณะที่ดัวหนังสือที่ไม่กำหนดตำแหน่งกระพริบ นอกจากฝึกหัดความสามารถการมองเห็น การทำงานของนิ้วมือ การฟังของหูและการพูดของปากที่เป็นการกระตุ้นประสาทสัมผัสหลายส่วนแล้ว ยังทำให้เคลื่อนไหวและการตอบสนองร่วมกันมีความเร็วเพิ่มขึ้น เพราะการใช้มอง ฟัง สัมผัสพร้อมกันสามอย่างยังสามารถเพิ่มระดับการจำระยะสั้นที่เข้มข้นและกว้างขวาง จะทำให้คำศัพท์ที่เป็นเงาภาพทิ้งค้างในการจำระยะสั้นเปลี่ยนเป็นการจำในระยะกลาง  สำหรับผู้ที่กำลังเริ่มฝึกท่องจำนั้นยังจะไม่สามารถจำตัวอักษรตัวแรกในชุดคำศัพท์ได้ทันที เวลานี้ให้ฝึกฝนโดยการใช้ผลของเงาภาพที่ทิ้งค้างมาตอบคำถาม และต้องฉวยจังหวะที่สามารถมองเห็นคำศัพท์ภาษาอังกฤษให้คิดต่อเนื่องถึงความหมายในภาษาไทยทันที

ในขณะที่ตอบคำถาม สมองใหญ่กำลังทำการทวนย้อนกลับและกระตุ้นพัฒนาศักยภาพของสมองใหญ่ โดยการค้นหาความจำที่เป็นเงาภาพที่ทิ้งค้างที่เพิ่งผ่านไป ถ้าหากตอบถูกก็จะเข้าสู่คำถามทดสอบต่อไป หากตอบผิด บนหน้าจอก็จะแก้ให้ถูกโดยอัตโนมัคิ พร้อมกับมีคำตอบที่ถูกต้องออกมาและจะออกเสียงอ่านคำศัพท์นั้นด้วย ในเวลานี้ได้อาศัยการมองเห็นกับการได้ยินทำงานไปพร้อมกัน ทำให้เกิดการกระตุ้นครั้งใหม่ที่แกนสมองส่วนกลางโดยธรรมชาติ แล้วยังทำให้คำศัพท์นี้ในร่องรอยม้าน้ำตราทับลงในหน่วยความจำยิ่งลึกมากขึ้น

ความจำกับคลื่นสมองα

ถ้าหากจะให้บรรลุผลการอ่านและการจำที่รวดเร็ว ลักษณะจิตใจของตนเองต้องอยู่ในสภาพของคลื่นสมองอัลฟ่า(α)  ภายใต้สภาพเช่นนี้ พลังงานและออกชิเจนของสมองใหญ่มีเพียงพอที่ส่งเสริมให้เชลล์ประสาทมีการเปลี่ยนถ่าย มีสมาธิมากขึ้นโดยอัตโนมัติ ความสามารถในการจำเพิ่มขึ้น ความคิดสร้างสรรค์มีอย่างมากมายมากขึ้น เคล็ดลับการเข้าสู่หลักการจำอย่างรวดเร็วแบบการทาสีคือ(ต้องเรียนรู้ในการลืม อย่าพยายามจำให้ได้อย่างเด็ดขาด)พูดง่ายๆ ก็คือ การลืมก็คือการจำอย่างรวดเร็วก้าวแรก เวลาที่ต้องจำอย่างรวดเร็ว ถ้าหากยิ่งต้องจำให้ได้ ผลลัพท์ยิ่งไม่ดี กลับทำให้ไม่อาจจำได้ง่ายๆ คนส่วนมากเคยชินเมื่อท่องจำคำศัพท์ คือกลัวว่าจะลืมคำศัพท์ที่พึ่งท่องไปแล้วต้องกลับมาคิดทวนไหม่ อาการอยากจำให้ได้ไม่อยากลืมเช่นนี้ยิ่งทำให้ประสิทธิภาพความจำยิ่งแย่กว่าเดิม จะมีลักษณะคล้ายนักแข่งรถฟอร์มูล่า 1 ขณะที่ขับรถแข่งด้วยความเร็วสูงแล้วยังหันหลังไปมองคู่แข่งด้านหลังด้วย ถ้าไม่ถูกคู่แข่งแซงขึ้นข้างหน้าก็คงเกิดอุบัติเหตุรถคว่ำเกิดความเสียหาย หลักการการจำอย่างรวดเร็วก็จะเป็นแบบนี้ในระหว่างที่กำลังดำเนินการการจำที่รวดเร็ว ไม่ต้องนึกทวนย้อนกลับถึงคำศัพท์ก่อนหน้า ต้องพยายามลืม ซึ่งในทางกลับกันก็จะมีการจำได้โดยไม่รู้ตัว

การทำงานของประสาทสัมผัส

เราสามารถมองในแง่ของหลักสรีรวิทยา ตามหลักการของ(การลืมกลับช่วยให้มีการจำ) คนที่มีความจำไม่ดีมักจะมีความกลัวสำหรับเรื่อง(การลืม) ถ้าหากมีเรื่องเช่นนี้ค้างคาในใจก็อาจเป็นเหตุให้ประสาทสัมผัสเกิคความผิดปกติ ขณะที่ดำเนินการอ่านอย่างรวดเร็วและยิ่งอยากให้ตัวเองมีการจำที่เร็วขึ้น กลับทำให้เกิดปฏิกิริยาต่อต้านจากประสาทสัมผัส หากมีความคิดต้องการจำให้ได้ยิ่งมาก แกนกลางของสมองใหญ่ยิ่งกลับว่างเปล่า เป็นเหตุให้เส้นเลือดหดตัวแล้วทำให้สมองใหญ่ขาดออกชิเจนและทำให้การไหลเวียนของเลือดไม่คล่องสะดวก แล้วยังอยู่ในสภาพที่เป็นเหตุให้รูม่านตาขยาย ภาพที่มองเห็นหดตัวเป็นต้น ผลลัพธ์ท้ายที่สุดก็สามารถจะเห็นแต่สิ่งที่อยู่ต่อหน้า การเกิดเงาภาพที่ตกค้างที่จอภาพมีแต่มองได้แต่ไม่เห็น ความสามารถของการรับรู้โดยรวมก็ผิดปกติ และยังทำให้ประสิทธิภาพการอ่านและการจำที่รวดเร็วถดถอยและลดลง

จากที่ได้อธิบายมาข้างต้น เชื่อว่าทุกคนคงเข้าใจ ความหมายหลักของ(การลืมก็คือการจำอย่างรวดเร็วก้าวแรก) ซึ่งก็คือทำให้แต่ละคนขณะที่เรียนรู้อย่างรวดเร็วสามารถทำให้เกิดคลื่นสมองαและต่อต้านการเกิดประสาทสัมผัสที่ผิดปกติในเวลาเดียวกัน

ความคิดเห็นในการเรียนรู้การจำคำศัพท์ที่รวดเร็วแบบการทาสี

ก่อนที่จะเข้าสู่บทเรียนการฝึกหัดหลักการจำคำศัพท์อย่างรวดเร็วแบบการทาสี ขอแนะนำว่าผู้เรียนควรเริ่มต้นฝึกหัดความสามารถการรับรู้ครั้งละ 10 คำก่อน และแต่ละคนสามารถเลือกออกเสียงด้วยตนเองไปพร้อมๆ กัน โดยตั้งเวลาสำหรับความเร็วในการอ่านและจำคำศัพท์ที่ประมาณ 3 วินาที และไม่กำหนดตำแหน่งกระพริบตัวหนังสือไม่ให้เกินสามครั้ง หลังจากนั้นให้เข้าสู่รูปแบบการทดสอบ เป้าหมายหลักของการจำที่รวดเร็วแบบการทาสีคือการจำปริมาณมากๆ ด้วยเหตุนี้จึงกำหนดขอบเขตฝึกหัดคำศัพท์จำนวน 500 คำ(จำนวน 1000 คำสำหรับผู้ที่มีความสามารถสูง) เมื่อยังไม่ถึง 500 คำ ห้ามกลับไปทบทวนโดยเด็ดขาด

ลักษณะเช่นนี้ก็คล้ายกับเวลาที่ทาสีลงบนผนังกำแพงขนาดใหญ่ หากคิดเพียงทาให้เสร็จในครั้งเดียว โดยที่ทาซ้ำแล้วซ้ำอีกเฉพาะบางจุดบางมุม การทำเช่นนี้ไม่เพียงแต่ประสิทธิภาพไม่ดี ผลงานที่ออกมาก็แย่ด้วย เหตุผลเช่นเดียวกัน เวลาที่เราท่องคำศัพท์ภาษาอังกฤษวิธีการที่มักใช้ประจำค่อยๆทำอย่างละเอียดอย่างกับการแกะสลักชิ้นงานประติมากรรมที่สวยงาม แต่ว่าขณะที่ท่องคำศัพท์จะมีลักษณะทั่วไปอย่างหนึ่งคือ ใน 10 นาทีสามารถท่องจำได้ 10 คำ แต่ว่าเป็นไปไม่ได้ที่ในเวลา 100 นาทีสามารถท่องจำคำศัพท์ได้ปริมาณมากเป็น 100 คำขึ้นไป การท่องจำเช่นนี้เปรียบได้กับวิธีการที่ต้องการทาสีให้เสร็จในครั้งเดียว ไม่เพียงแต่ทำให้เกิดผลด้านจิตใจที่เหนื่อยหน่าย แล้วยังผิดหลักการพื้นฐานของการจำอย่างรวดเร็วด้วย

ที่จริงแล้ว หัวใจของหลักการจำที่รวดเร็วแบบการทาสีก็คือการฝึกหัดการสับเปลี่ยนจำนวนครั้งของชั้นไปมา ภายใต้เป้าหมายที่จะต้องมีการจำเป็นปริมาณมาก ยอมให้มีการลืมในปริมาณที่จำกัด เปรียบได้กับเวลาที่มีการทาสีที่ชั้นความจำชั้นแรกบนผิวของสมองใหญ่ หากมีเล็ดลอดตกหล่น ยังสามารถทาทับซั้นที่ 2 ซ่อมแซมได้ ทำต่อเนื่องเช่นนี้ ตามที่กล่าวมาข้างต้นเป็นการอธิบายหลักการก่อนที่จะเข้าสู่ระบบโปรแกรมการฝึกหัดการจำที่รวดเร็วแบบการทาสี ณ ที่นี้ขอเพิ่มเติมความเห็นที่เฉพาะเพิ่มเติมอีก 2 ข้อเป็นพิเศษคือ

1. เป้าหมายสูงสุดของการอ่านที่รวดเร็วคือการใช้ตาทำการอ่าน ดังนั้นหลังจากที่ทุกคนบรรลุระดับหนึ่งแล้ว ขอให้ปิดปุ่มการออกเสียง และปรับความเร็วในการกระพริบตัวหนังสือให้เร็วขึ้นสำหรับการอ่าน

2. การลืมคือก้าวแรกของการจำที่รวดเร็ว ขณะที่มีการจำที่รวดเร็วหากยิ่งอยากจำให้ได้  ผลลัพท์ที่ได้ก็ไม่ดี เพราะทำให้ประสาทสัมผัสเกิดการต่อต้านเป็นเหตุให้สมองใหญ่ขาดออกชิเจน กลับจำยากขึ้น ดังนั้นทำเช่นไรไม่ต้องไปมุ่งเนันทึ่จะจำ จึงถือว่าเป็นจุดสำคัญของการจำที่รวดเร็วแบบการทาสี

หลังจากเข้าใจหลักการของโปรแกรมระบบนี้แล้ว ต่อไปนี้จะอธิบายถึงวิธีการฝึกหัดและหัวข้อทดสอบหลายชั้นครั้งที่มีอยู่ในระบบนี้

การทาสีชั้นที่ 1 การทดสอบลักษณะการรับรู้

เป้าหมายของชั้นนี้คือการฝึกหัดเมื่อเห็นตำศัพท์ภาษาอังกฤษก็สามารถนึกถึงความหมายภาษาไทยได้ทันที ดังนั้นการฝึกหัดที่ชั้นนี้เป็นการเริ่มต้นแรกสุดและสำคัญที่สุดของบทเรียน ปริมาณคำศัพท์ที่จำอย่างรวดเร็วในขั้นตอนนี้ให้เป็นหน่วยละ 10 คำ และให้อ่านตัวหนังที่ไม่กำหนดตำแหน่งกระพริบอย่างรวดเร็วได้ไม่เกิน 3 ครั้ง กำหนดคะแนนมาตรฐานเท่ากับ 70  คะแนน ขอบเขตคำศัพท์ที่เรียนรู้เท่ากับ 500 คำ ขอให้ระวัง ขณะที่อ่านคำศัพท์อย่างรวดเร็ว ต้องไม่นึกย้อนถึงคำศัพท์ที่เรียนไปก่อนหน้า ขอให้ฟัง ดู และอ่านออกเสียงเฉพาะคำศัพท์ที่ปรากฏอยู่ต่อหน้าก็พอแล้ว ฝึกหัดด้วยความเร็วตามนี้ สามารถฝึกหัดได้ชั่วโมงละ 200-250 คำ ระยะเวลาที่ดีที่สุดของการทาสีความจำในชั้นนี้ไม่ควรเกิน 2 วัน เพื่อเป็นประโยชน์ในการหมุนเวียนฝึกหัดในรอบต่อไป หรือก็คือฝึกหัดคำศัพท์อย่างน้อยวัน 250 คำ และคิดตามความเร็วในการเรียนก่อนหน้านี้ ฝึกหัดวันละ 250 คำและเวลาที่เรียนในแต่ละวันไม่ควรเกินวันละ 2 ชั่วโมง

การทาสีชั้นที่ 2 การทดสอบลักษณะทวนย้อนกลับ

นี่คือการฝึกหัดทวนย้อนกลับการทดสอบลักษณะการรับรู้ชั้นที่ 1 สามารถเพิ่มความเข้มข้นการกระตุ้นความจำซ้ำกลับไปมา ฝึกซ้อมจนกระทั้งเมื่อเห็นภาษาอังกฤษก็นึกถึงความหมายภาษาไทยได้ทันที เมื่อขอบเขตคำศัพท์ทั้งหมดได้ฝึกหัดโดยหลังจากได้ผ่านขั้นตอนการทาสีการจำชั้นที่ 1 แล้ว  ก้าวแรกมีความพร้อมที่สามารถเห็นคำศัพท์ภาษาอังกฤษก็นึกถึงความหมายภาษาไทยได้ทันที การเรียนในขั้นตอนนี้อยู่ที่การทดสอบต่อเนื่องการเรียนในขอบเขต 500 คำ ปริมาณคำศัพท์การจำที่รวดเร็วในครั้งนี้ให้รักษาไว้ที่ 10-15  คำ ต่อหน่วย การจำที่รวดเร็วหนึ่งหน่วย ความเร็วในการอ่านจะต้องเพิ่มขึ้น และฝึกหัดการอ่านที่รวดเร็วให้ย่นเวลาลงเป็นไม่กำหนดตำแหน่งกระพริบเหลือ 2 ครั้ง แล้วเข้าสู่การทดสอบ  ในขั้นตอนนี้ให้กำหนดคะแนนมาตรฐานไว้ที่ 70 คะแนน ระยะเวลาฝึกหัดไม่ควรเกิน 2 วัน

การทาสีชั้นที่ 3 การทดสอบการคิดเชื่อมโยง

การฝึกหัดที่เน้นความเกี่ยวเนื่องสำหรับการจำเป็นปริมาณมาก เหมาะสำหรับการวัดหาความสัมพันธ์ระหว่างแนวคิดในการจำกับความเป็นจริง เพื่อให้ผู้ใช้สามารถแยกแยะความหมายเกี่ยวข้องของกลุ่มคำศัพท์ไทย-อังกฤษที่ผสมปนกัน และเริ่มก่อรูปเป็นเงื่อนไขการคิดเชื่อมโยงย้อนกลับ และผ่านการทดสอบการคิดเชื่อมโยง ทำให้ความจำแบบชั่วคราวค่อยๆ เปลี่ยนเป็นความจำถาวร ขั้นตอนนี้สำหรับหน่วยการเรียนเป็นหน่วยละ 10 คำ ความเร็วในการอ่านต้องเพิ่มขึ้น ขอบเขตการเรียนคำศัพท์เป็น 500 คำ และฝึกหัดการอ่านที่รวดเร็วต้องย่นเวลาลงเป็นไม่กำหนดตำแหน่งกระพริบเหลือ 1 ครั้ง  ในขั้นตอนนี้ให้กำหนดคะแนนมาตรฐานไว้ที่ 80 คะแนน ระยะเวลาฝึกหัดไม่ควรเกิน 1 วัน

การทาสีชั้นที่ 4 การทดสอบลักษณะประสาทสัมผัส

ในชั้นนี้คือเป้าหมายสูงสุดของระบบโปรแกรมนี้ในการจำคำศัพท์  และเป็นชั้นที่ยากที่สุด จะฝึกหัดจนสกดคำศัพท์แต่ละคำให้ถูกต้อง โดยผ่านวิธีการทดสอบซ้ำกับการแก้ไขคำตอบที่ผิดให้ถูกต้องโดยอัตโนมัติหลังจากตอบผิด เพื่อให้คุณจดจำการสะกดคำศัพท์แต่ละคำได้อย่างถูกต้องแท้จริง หลังจากที่ทุกคนได้เรียนรู้การทาสีในชั้นที่ 3 เสร็จสิ้น ในขั้นนี้ให้ทดสอบต่อเนื่องลักษณะการสัมผัสในขอบเขตจำนวน 500 คำเช่นกัน ควรกำหนดให้เป็นหน่วยละ 10 คำ ความเร็วให้ช้าลงให้เท่ากับการทาสีชั้นที่ 1 และให้ผ่านการไม่กำหนดตำแหน่งกระพริบ 3 ครั้งจึงจะทดสอบ ในขั้นตอนนี้ให้กำหนดคะแนนมาตรฐานไว้ที่ 80 คะแนน ระยะเวลาฝึกหัดไม่ควรเกิน 1 วัน

การทาสีชั้นที่ 5 การทดสอบประสาทสัมผัสหลายส่วน

จุดประสงค์การฝึกหัดหลักความสัมพันธ์ระหว่างการสะกดคำภาษาอังกฤษกับการออกเสียง ทำให้ผู้เรียนเมื่อได้ยินออกเสียงก็นึกถึงความหมายภาษาไทยและการสะกดที่ถูกต้อง คือเป็นวิธีการเพิ่มความจำจากการเชื่อมโยงกันของหูกับสมอง หลังจากที่ทุกคนได้เรียนรู้การดำเนินการการทาสีในชั้นที่ 4 เสร็จสมบูรณ์ ในขั้นที่ 5 ให้ทดสอบความสามารถในการฟังในขอบเขตจำนวน 500 คำเช่นเดียวกันต่อเนื่องในขั้นที่ 5  ควรกำหนดให้เป็นหน่วยละ 30 คำ กำหนดความเร็วในการอ่านให้เพิ่มให้เท่ากับการทาสีชั้นที่ 3 และให้ผ่านการไม่กำหนดตำแหน่งกระพริบ 1 ครั้งแล้วจึงจะทดสอบ ในขั้นตอนนี้ให้กำหนดคะแนนมาตรฐานไว้ที่ 90 คะแนน ระยะเวลาฝึกหัดไม่ควรเกิน 1 วัน

นอกจากหัวใจสำคัญของบทเรียนที่กล่าวทั้ง 5 ข้อแล้ว ยังมีการกำหนดที่นำไปใช้ได้จริงอีกหลายอย่าง มีส่วนช่วยอย่างมากสำหรับการเพิ่มความเร็วและความมั่นคงในการจำ แยกอธิบายได้ดังนี้

การกำหนดตำแน่ง

นอกจากการไม่กำหนดตำแหน่งกระพริบแล้ว ยังมีการกำหนดตำแหน่งกระพริบ การกระพริบซ้ายขวา การกระพริบบนล่างอีก 3 อย่าง วิธีการเหล่านี้มีส่วนช่วยให้มีสมาธิเจาะจง และเพื่อให้ผลการใช้งานกล้ามเนื้อตาที่แตกต่างกัน ได้ออกกำลังที่เหมาะสม ทำให้การกลอกเคลื่อนไหวของลูกตามีความกระฉับกระเฉงเพิ่มมากขึ้น

การกำหนดขนาดเล็กใหญ่ของตัวหนังสือ

เพื่อให้ปรากฏภาพชัดเจนขึ้นในระหว่างมีการอ่านคำศัพท์อย่างรวดเร็ว ในโปรแกรมระบบนี้ ยังสามารถเจาะจงกำหนดขนาดเล็กใหญ่ตัวหนังได้ด้วย โดยกำหนดขนาดตัวหนังสือเล็กใหญ่ล่วงหน้าได้ที่ระดับ 16 ขนาด ขอบเขตการกำหนดที่ระดับ 9 ขนาดถึง 32 ขนาด  นอกจากนี้ยังกำหนดให้ตัวหนังสือค่อยๆ ขยายใหญ่ขึ้น ทำให้การฝึกซ้อมภาพการมองของลูกตาขยายกว้างขึ้น เพื่อให้การตอบสนองประสาทการมองมีความว่องไวมากขึ้น

เรียนรู้จากความผิดพลาด

หลังจากที่ขอบเขตการอ่านทั้งหมดเสร็จสิ้นลง ขอให้ทุกคนทบทวนจากรายการอีกครั้งจากผลคะแนนที่ได้รับ ที่นี้จะแสดงตัวหนังสือสำหรับคำศัพท์ที่เพิ่งตอบผิดมีความสว่างมากเป็นพิเศษ ใช้ประโยชน์จากผลของสีสันมาเพิ่มประสิทธิภาพการจำ คำศัพท์ทั้งหมดยังสามารถคลิ้กชี้ออกเสียงได้ด้วย

หลังจากได้หมุนเวียนเรียนรู้ตามที่ได้กล่าวมาข้างต้น ทุกหน่วยคำศัพท์ได้ผ่านการกระตุ้นประสาทสัมผัสมากถึง 10 ครั้ง ในขอบเขตนี้คำศัพท์ร้อยละ 80-90 จะถูกเปลี่ยนจากการจำแบบชั่วคราวเป็นการจำแบบถาวร แต่ที่สำคัญกว่านั้นคือ แต่ละคนจะประหลาดใจที่พบว่า เมื่อเข้าสู่ขอบเขตในขั้นต่อไป ความรู้สึกที่เดิมกำหนดความเร็วในการกระพริบยิ่งมายิ่งช้าลง ปริมาณคำศัพท์ที่เรียนรู้ก็จะค่อยๆ เพิ่มเป็น 15 คำหรือมากกว่า แม้กระทั้งการฝึกฝนการอ่านที่รวดเร็วกับการที่ไม่กำหนดตำแน่งกระพริบ ทำเพียง 1 ครั้งก็ได้แล้ว เช่นนี้ก็คือความสามารถในการจำที่รวดเร็วแบบการทาสีที่ได้เพิ่มขึ้น

เมื่อแต่ละคนได้ผ่านการฝึกฝนตามโปรแกรมนี้เวลายิ่งนานขึ้น ความสามารถในการอ่านและการจำที่รวดเร็วก็ยิ่งมีมากขึ้น ตามการพัฒนาการเช่นนี้ แต่ละคนจะมีการจำที่รวดเร็วที่ชั่วโมงละ 400-500 คำรับรองว่าทำได้อย่างไม่มีปัญหา

榮欽科技股份有限公司 版權所有 2011 Zong Chin Technology Corporation All Rights Reserved.
地址:高雄市苓雅區光華一路206號17樓之1
電話:07 - 2232091 傳真:07 - 2247415
電子郵件信箱:[email protected]